วันศุกร์ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

คุณค่าของวิธีระบบกับการใช้สื่อเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา


เทคโนโลยีการศึกษ คือ การประยุกต์เอาเทคนิค วิธีการ แนวความคิด

วัสดุ อุปกรณ์ และสิ่งต่างๆ อันเนื่องมาจากกระบวนการซับซ้อนของการประยุกต์ใช้สิ่งต่างๆ ทั้งหลายเหล่านั้น

มาใช้เพื่อการวางแผน วิเคราะห์ปัญหาและการแก้ปัญหาทางการศึกษา

เทคโนโลยีการศึกษา คือการนำวิธีระบบเข้ามาใช้ โดยมีขั้นตอนกว้างๆ ที่สำคัญ 5 ประการ คือ

- การวิเคราะห์และการทำความเข้าใจปัญหา, วิเคราะห์ปัญหา

- การเลือกหรือการออกแบบ

แนวทางการแก้ปัญหา, เลือก, ออกแบบแนวทาง

- การทดสอบ ประเมินและปรับปรุงวิธีการ,ทดสอบและประเมินผล

- การพัฒนาวิธีการแก้ปัญหา, พัฒนา, วิธีการ

- การนำไปใช้และการควบคุมกำกับ, นำไปใช้, ควบคุม

วิธีการทางเทคโนโลยีการศึกษาสามารถแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม คือ

1. ระบบ - ใช้มโนทัศน์และวิธีการต่างๆ ทางทฤษฎีระบบและการวิจัยปฏิบัติการ(Action Research) ในวิธีการของเทคโนโลยีการศึกษา โดยอาศัยหลักทางวิธีระบบ
2. วิธีการและเทคนิค - เทคนิคต่างๆ ในการออกแบบหรือวางแผนการตัดสินใจ
3. การจัดการ - ใช้การจัดการ POSDCoRB ของ GULICK ได้อธิบา
ยหลักการบริหารทั่วไป

เทคโนโลยีการศึกษา มีขอบข่ายที่ประกอบด้วยองค์ประกอบที่มีความสัมพันธ์กันในการจัดการ

ศึกษาและการเรียนการสอน 4 ประการ คือ การจัดการทางการศึกษา.

1. การจัดการทางการศึกษา(Educational Management Functions)
2. การพัฒนาการศึกษา(Educational Development Functions)
3. ทรัพยากรการเรียน(Learning Resources)
4. ผู้เรียน(Learner)


"การจัดการ" หรือ "การดำเนินการ" เป็นองค์ประกอบสำคัญทางด้าน "การบริหาร" ซึ่งจะเน้นในเรื่องการกำหนดวัตถุประสงค์ การกำกับและการจัดกิจกรรมต่างๆ ในการพัฒนาการศึกษาและการเรียนการสอนหรือการจัดการศึกษาอื่นๆ เพื่อให้การดำเนินงานบรรลุวัตถุประสงค์อย่างมีประสิทธิภาพ

คุณค่าของวิธีระบบ

1 ทำให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างมีขั้นตอน

2 ผู้ดำเนินงานสามารถตรวจสอบการดำเนินการได้ทุกขั้น

3 ผู้ตรวจสอบสามารถติดตามได้ง่าย
4 ทำให้การใช้ทรัพยากรเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

5 ทำให้การดำเนินงานตั้งอยู่บนพื้นฐานของเหตุผล

6 ได้สิ่งเร้าปัญหาที่ดีที่สุด

7 ทำให้การทำงานบรรลุผลได้ง่าย
คุณค่าการใช้สื่อเทคโนโลยีการศึกษา

เทคโนโลยีสารสนเทศซึ่งทั่วไปจะหมายถึงเครือข่ายคอมพิวเตอร์หรืออินเตอร์เน็ต จะเห็นได้ว่ามีการบ่งชี้คุณ

ประโยชน์และบทบาทที่จะมีต่อ การปฏิรูปการเรียนรู้เป็นอันมาก แต่ในอีกแง่มุมหนึ่ง หากมองย้อนหลังสัก

หน่อย จะพบว่าเราเริ่มจาก การไม่มี อยากมี แล้วได้มี ติดตามด้วยใช้ไม่ค่อยเป็น แล้วก็ใช้เป็น กันมากขึ้น แต่

ได้ประโยชน์ มีแก่นสารสาระหรือไม่เป็นเรื่องน่าคิด ส่วนมากจะเข้าลักษณะใช้เป็น แต่ไม่ค่อยได้ประโยชน์ ดู

ที่กลุ่มเยาวชนของชาติก็แล้วกันว่าเขากำลัง ทำอะไรกันอยู่กับอินเตอร์เน็ต เสียเวลาและทรัพยากรไปเท่าไร

และได้อะไรตอบแทนกลับมา ส่วนมากจะเข้าข่ายไร้สาระใช่หรือไม่ ยุคนี้จึงเริ่มคิดอ่านกันมากว่าจะทำอะไร

หลายอย่างให้คนใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดังกล่าวได้มากขึ้น มีการสืบค้นสาระความรู้จากอินเตอร์เน็ต มี

การส่งเสริมเติมความรู้ภาษาอังกฤษเพื่อจะช่วยให้ การแสวงหา ความรู้หรือการสืบค้นข้อมูล เป็นไปอย่าง

คล่องตัวทั่วถึง ภาพที่นักเรียนนักศึกษาหรือคนไทยทั่วๆไปนั่งกดปุ่มสืบค้นความรู้อันมากมายมหาศาล อยู่

หน้าเครื่องคอมพิวเตอร์ อาจทำให้หลายคนปลื้มใจพอใจ แต่สำหรับผู้เขียนมีความคิดอีกอย่างแทรกเข้ามา

และคิดว่าน่าสนใจนั่นคือ ตัวความรู้ที่หลงสืบค้นแสวงหากันอยู่นั้นเป็นความรู้ประเภทไหน

จะนำมาใช้ประโยชน์แก้ปัญหาของตนและสังคมได้หรือไม่และเมื่อไร มีไม่น้อยที่เป็นการแสวงหาความรู้ของ

ผู้อื่นอย่างเมามันและอาจถึงขั้นไร้เป้าหมาย เพราะเสน่ห์ อย่างหนึ่งของอินเตอร์เน็ตคือการเชื่อมโยงต่อไป

ได้แบบไร้จุดจบและแสนสะดวกง่ายดาย เรียกได้ว่าเป็นสื่อมหัศจรรย์ชนิดหนึ่งเลยทีเดียว

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น